“เล่าเรื่องเมืองล้านนา” 24 สิงหาคม 2569

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยสินในน้ำ✍️….กุญแจไขความสุข เมีย ไม่มีความสุข เพราะเอาใจไปผูกไว้กับผัว พอผัวไม่ได้ดั่งหวัง ก็เอาอารมณ์มาบดขยี้ใจตัวเอง แม่ ไม่มีความสุข เพราะเอาชีวิตไปยึดติดไว้กับลูก พอลูกไม่ทำตามที่สอนก็หยิบเอาโทสะมาเผาลวกใจตัวเอง คนทำงานไม่มีความสุข เพราะรอคอยเศษคำชมจากเจ้านาย พอเจ้านายเงียบใส่ไม่ได้ เห็นค่า ก็หยิบเอาความน้อยใจมาทำร้ายตัวเอง เรามักโวยวายว่าคนอื่นทำให้เราเจ็บ แต่ความจริงคือเราเองที่ยื่นหัวใจไปให้เขาขยี้เล่น ถอยออกมาดูใจตัวเองให้ชัด ว่ากุญแจความสุขดอกนี้เราฝากไว้ที่ใครหรือเปล่า ดึงกลับมาเก็บไว้ที่ใจ ให้สติปัญญาเป็นผู้ถือไว้เอง แล้วคำว่าถูกคนอื่นทำร้าย จะไม่มีอีกเลย….มาว่ากันต่อกับเรื่องของครู ที่ได้กล่าวไว้ว่าครู ไม่ใช่เครื่องจักรที่ถูกสร้างมาเพื่อรองรับทุกปัญหาของสังคม เรามักพูดว่า เด็กทำผิด ครูต้องสอน ใช่ครูต้องสอน แต่ว่าการ สอนไม่ได้แปลว่าเด็กจะไม่ทำผิดอีกเลย ครูสามารถชี้ทางได้ แต่เดินแทนเด็กไม่ได้ ครูสามารถตักเตือนได้ แต่บังคับให้เด็กคิดดีตลอด 24 ชั่วโมงไม่ได้ ครูสามารถสร้างโอกาสให้เด็ก แต่ไม่สามารถใช้ชีวิตแทนเด็กได้ และครูสามารถช่วยเด็กคนหนึ่งได้มากมาย แต่ไม่อาจรับผิดชอบต่อทุกการตัดสินใจของเด็กไปตลอดชีวิต เช่นเดียวกับการให้คะแนน….เมื่อเด็กเขาไม่ทำงาน ไม่เข้าสอบ หรือไม่ผ่านเกณฑ์ ถ้าครูให้ 0 หรือ ร. ครูอาจถูกมองว่าใจร้าย แต่ถ้าครูช่วยเหลือจนเด็กผ่าน ก็อาจถูกตั้งคำถามว่า แล้วเด็กเรียนรู้อะไรจริงหรือ สุดท้ายครูจึงติดอยู่ตรงกลาง เข้มงวดก็ ผิด ผ่อนปรนก็ผิด ให้โอกาสก็ผิด ไม่ให้โอกาสก็ผิด บางครั้งครูไม่ได้ต้องการให้เด็กตก แต่ครูก็ไม่อยากโกหกด้วยการบอกว่าเด็กผ่าน ทั้งที่เด็กยังไม่ผ่านจริง เพราะหน้าที่ของครู ไม่ใช่เพียงทำให้เด็ก ผ่านชั้น การทำให้เด็กมีความรู้ ความรับผิดชอบ และความสามารถที่จะใช้ชีวิตต่อไปได้ ปัญหาคือ สังคมบางส่วนอยากเห็นผลลัพธ์ที่สวยงาม แต่กลับลืมมองกระบวกการทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลัง เราอยากให้เด็กมีวินัย แต่เมื่อครูลงโทษก็หาว่าครูรุนแรง….เราอยากให้เด็กมีความรับผิดชอบ แต่เมื่อครูให้ 0 ให้ ร. ก็หาว่าครูไม่เข้าใจเด็ก เราอยากให้เด็กมีความเท่าเทียม แต่บางครั้งกลับคาดหวังให้ครู แก้ปัญหาความล้ำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว เราอยากให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดี แต่กลับลืมถามว่าคนที่ต้องรับมือกับปัญหาของเด็ก หลายสิบ หลายร้อยคนในแต่ละวันนั้น สุขภาพจิตของเขาเป็นอย่างไร ครูไม่ใช่ผู้วิเศษ และโรงเรียนก็ไม่ใช่สถานที่ที่สามารถแก้ไขทุกปัญหาที่เกิดขึ้นใวและสังคมได้ การเลี้ยงดูเป็นหน้าที่ของครอบครัว การสร้างกติกาเป็นหน้าที่ของสังคม การสร้างระบบเป็นหน้าที่ของผู้บริหาร และกำหนดนโยบาย การเรียนรู้เป็นความรับผิดชอบของผู้เรียนและการสอนคือหน้าที่สำคัญของครู ทุกฝ่ายมีส่วนของตัวเอง อย่าเอาความรับผิดชอบของทุกคน มาวางรวมกันบนบ่าของคนคนเดียว
....สินในน้ำ

Related posts